Articles

หน้าแรก >> เขียนโดย ดร.ภาคิน Written by Pakin >> >> สะกดจิตกับเรื่องลี้ลับและยังพิสูจน์ไม่ได้ >> พลังจักรวาล พลังกายทิพย์ กุลดาลินีและจักระ

พลังจักรวาล พลังกายทิพย์ กุลดาลินีและจักระ

พลังจักรวาล  พลังกายทิพย์ 

พลังคุนดาลินี  และจักระ

 

        ผมรู้จักพลังจักรวาลจากหนังสือพิมพ์มติชนสุดสัปดาห์ประมาณ  4  ปีมาแล้วขณะเรียนหนังสืออยู่ต่างประเทศ  จำได้ว่ามีการให้การรักษาและเปิดสอนการสอนที่วัดเขมาภิตาราม  เข้าใจว่าเป็นวิธีการรักษาที่ผู้รักษาใช้กำลังภายในส่งผ่านมือออกมาระงับอาการและโรคภัยต่างๆ  ของผู้รักษา  ได้ยินว่าอาจารย์ใหญ่เจ้าของวิชาเวียดนาม  ผมได้รับข้อมูลเหล่านั้น 

ความทรงจำที่ได้จากการเคยอ่านผ่านตา  กล่าวว่านักบวชชาวเวียดนามคนหนึ่งนำความรู้เรื่องพลังจักรวาลไปเผยแพร่ในโลกตะวันตก  ชาวยุโรปและอเมริกาให้ความสนใจเรียนรู้  กระทั่งถูกนำมาเผยแพร่ในเมืองไทย  มีแหล่งใหญ่อยู่ที่วัดเขมาภิตาราม  แต่มักได้ยินว่าเกิดปัญหาอยู่เนืองๆ  ในเรื่องการจัดการและการเงิน  เท็จจริงอย่างไรผมไม่ทราบ  มักได้ยินว่าเก็บคาเรียนเป็นเรือนหมื่น  และบางคนบ่นว่ายิ่งเรียนสูงขึ้นยิ่งไม่ได้ผล

กระทั่งเมื่อกลับมาเมืองไทย  ได้รับการชักชวนจากญาติที่นับถือ  ให้มารับการอบรมพลังกายทิพย์จากคุณย่าเยาวเรศ  ซึ่งรับสมัครและเปิดสอนทั้งในบ้านย่านประชาชื่นและอีกหลายแห่ง  ผมได้รับการอบรม  2  ระดับ  ระดับแรกที่ตึกช้าง  พหลโยธิน  ระดับที่  2  ไปอบรมที่ห้องประชุมนายทหารอากาศชั้นประทวน  ดอนเมือง

“ย่า”  เป็นสุภาพสตรีที่มีความมุ่งมั่นในการเผยแพร่ความรู้พลังจักรวาล  พลังคุนดาลินี  และจักระ  ในนามของพลังกายทิพย์  และศูนย์พลังกายทิพย์ตั้งอยู่ย่านประชาชื่นซึ่งให้การบำบัดโรคภัยไข้เจ็บโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ  แก่ประชาชนมานานหลายปี  มีผู้คนและลูกศิษย์ลูกหารวมถึงปัจจุบันควรจะนับได้เป็นเรือนแสนแล้ว  ท่านกล่าวว่าได้รับการเผยแพร่ความรู้ครั้งแรกจากพลเรือตรีหลวงสุวิชานแพทย์  แต่ท่านปล่อยให้วิชาความรู้นี้อยู่ในความทรงจำของท่านนานหลายสิบปี  กระทั่งท่านริเริ่มด้วยตนเองที่จะไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมที่ประเทศสหรัฐอเมริกา  ซึ่งเป็นแหล่งเผยแพร่  ทดลองวิชาความรู้เหล่านี้อย่างมีหลักวิชาการ  ท่านนับเอาท่านดาสิรา  นาราดา  พระชาวศรีลังกาเป็นอาจารย์ใหญ่  ซึ่งเป็นผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้ด้านนี้แก่พล-เรือตรีสุวิชานแพทย์  ับแรกที่ตึกช้าง  พหลโยธิน  ระดับที่  เมื่อประมาณปี  พ.ศ.2546

ท่านห้ามลูกศิษย์ลูกหาเผยแพร่กิจกรรมของท่านต่อสาธารณชน  หรือพูดง่ายๆ  ว่าท่านไม่อยากดัง  ผมเป็นลูกศิษย์ของท่านคนหนึ่ง  แต่ผมคิดอย่างฝรั่ง  และคิดอย่างสื่อมวลชน  ท่านทำกิจกรรมของท่านถือเป็นประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่งในวงสังคมไทย  ซึ่งควรได้รับการเผยแพร่ให้ทราบในวงกว้าง  การถูกกล่าวถึง  การได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ถือเป็นหลักการสากลที่กระทำได้หากกระทำอย่างตรงไปตรงมา  และให้เกียรติแก่ผู้ที่กล่าวถึง  ผมจะกล่าวถึงท่านด้วยความนอบน้อมในฐานะศิษย์  อย่างเป็นกลาง  เพื่อคงคุณสมบัติของงานเขียน  และด้วยจิตคารวะ  ในฐานะที่ท่านมิได้เรียกร้องประโยชน์เป็นทรัพย์สินให้แก่ตัวเอง

จากคำบอกเล่าของท่าน  พลังกายทิพย์และจักระเป็นสิ่งที่ศึกษาเรียนรู้และค้นพบและถูกบันทึกเป็นหลักฐานตั้งแต่ยุคอียิปต์โบราณ  มีการเรียนรู้วิชาการดังกล่าวกันเฉพาะในวงสังคมชั้นสูง  เป็นการรักษาด้วยพลังที่เชื่อว่ามีอยู่ทุกหนทุกแห่ง  พลังคอสมิค  โดยใช้ผ่ามือเป็นสื่อในการนำเอาพลังคอสมิคเข้าไปในร่างกาย  ผ่านจุดรับและถ่ายทอดพลังงานในร่างกายจำนวน  7  ชุด  ซึ่งเรียกว่าจักระ  แต่ละจักระมีคุณสมบัติและหน้าที่ต่อร่างกายแตกต่างกันไป  การเปิดให้พลังคอสมิคผ่านจักระต่างๆ  ตั้งแต่  2  จุดขึ้นไปให้คุณสมบัติในการบำบัดรักษาอาการต่างๆ  กว้างขวางมากขึ้น  แทบจะเรียกว่าครอบจักรวาลก็ว่าได้

จักระที่  1  เป็นรากฐานของระบบจักระ  ตั้งอยู่ระหว่างอวัยวะสืบพันธ์  ทวารหนัก  จักระนี้เป็นพื้นฐานของพลังชีวิต  และเป็นกลไกที่จะทำให้ชีวิตอยู่ได้  จักรที่  1  มีชื่อในภาษาบาลีว่า  มูลลัดดาจักระ  จักระที่  2  ตั้งอยู่ที่ปลายกระดูกสันหลังใต้ก้นกบ  เป็นศูนย์กลางเกี่ยวกับพลังงานทางเพศ(ทั้งผู้ให้และผู้รับ)  และเกี่ยวกับความเชื่อมั่นตนเอง  มีหน้าที่โดยเฉพาะที่จะกระจายพลังที่ได้รับจากดวงอาทิตย์  จักระที่  2  มีชื่อในภาษาบาลีว่า  สวัสดิ์ธนาจักระ  จักระที่  3  ตั้งอยู่ที่บริเวณสันหลัง  บริเวณที่ตรงกบเอว  เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารทั้งหมด  ผลิตโลหิต  เป็นศูนย์กลางของ  “อารมณ์ดิบ”  ที่ไม่ผ่านการซักฟอก  ณ  จุดนี้เราจะเห็นศูนย์กลางของร่างกาย(สะดือ)  ในขณะที่เราตกใจกลัว  กล้ามเนื้อบริเวณนี้จะหดตัวลง  จักระที่  3  มีชื่อในภาษาบาลีว่า  มณีปูระจักระ  จักระที่  4  ตั้งอยู่กลางกระดูกสันหลังระดับที่ตรงกับหัวใจ  เป็นศูนย์รวมของความรักที่แท้จริงอย่างไม่มีเงื่อนไข  รวมทั้งการพัฒนาจิตใจ  ความเมตตากรุณา  และความเสียสละหลายต่อหลายวิธีของการปฏิบัติสมาธิของชาวตะวันออก   เพื่อจะกระตุ้นจักระนี้  จักระที่  4  มีชื่อในภาษาบาลีว่า  อนัตตาจักระ  จักระที่  5  ตั้งอยู่ตรงกระดูกต้นคอ  จักระนี้รู้จักในนามของไทรอยด์ด้วย  เป็นจักระที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ  หอบหืด  โรคที่เกี่ยวกับผิวหนังรักษาได้โดยใช้จักระนี้เช่นกัน  จักระที่  5  มีชื่อเรียกในภาษาบาลีว่า  วิสุทธิจักระ  จักระที่  6  เป็นจักระที่เปรียบเสมือนดวงตาของปัญญา  ตั้งอยู่กลางหน้าผาก  จักระนี้ใช้เป็นดวงตาที่  3  และพาหนะแห่งญาณวิเศษสำหรับการติดต่อกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบน  จักระที่  6  มีชื่อในภาษาบาลีว่า  อัจนาจักระ  จักระที่  7  เป็นจักระที่เปรียบเสมือนมงกุฎดอกบัว  เป็นศูนย์ควบคุมทุกจักระในร่างกาย  เป็นสถานที่รับพลังจักวาล  และกระจายไปทั่วร่างกาย  เป็นจุดที่สามรถรักษาอาการเจ็บป่วยที่จักระอื่นๆ  ไม่สามารถจะรักษาได้โดยตรง  จักระที่  7  มีชื่อในภาษาบาลีว่า  สหัสราจักระ

ผู้ที่จะฝึกวิชานี้จะต้องมารับการเปิดจักระจากผู้ที่ฝึกฝนพลังนี้แล้ว  และจะต้องปฏิบัติเพื่อเพิ่มพลังให้แก่ตัวเองเป็นประจำทุกเช้า  การพัฒนาจักระในระดับที่สูงขึ้นย่อมต้องอาศัยผู้รู้เป็นที่ทำการเปิดจักระให้  ชั้นที่สูงสุดจะทำให้ผู้ฝึกสามารถจะมีตาทิพย์และหูทิพย์  ท่านให้ข้อมูลว่าความรู้เหล่านี้มีมานานหลายพันปีย้อนกลับไปไปถึงยุคของชาวอียิปต์  ที่มีการสอนวิชาพลังจักรวาลกันแต่เฉพาะในรั้วในวัง  คนชั้นสูงเฉพาะผู้ชายของอียิปต์เท่านั้น  ที่จะได้รับการเรียนรู้  ที่น่าแปลกที่คำศัพท์ต่างๆ  เกี่ยวกับพลังคุนดาลินีและจักระ  เป็นภาษาสันสกฤต  ไม่มีส่วนใดเกี่ยวข้องกับอียิปต์โบราณ

หนังสือ  “KUNDALINI  AND  THE  CHAKRA”  โดย  “GENEVIEVE  LEWIS  PAULSON”  กล่าวว่า  แม้จะมี  7  จักระ  แต่ยังสามารถแบ่งจักระแต่ยังแบ่งจักระออกได้อีกเป็นจักระร่างกาย  จักระสัญชาตญาณและจักระความเมตตา  แต่ละส่วนมีจักระย่อยอีกอย่างละ  7  จุด  หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงพลังคุนดาลินีและจักระอย่างซับซ้อน  มีคำแนะนำการเปิดจักระด้วยตนเอง  และวิธีฝึกจักระเพื่อเพิ่มพลังทางด้านต่างๆ  เช่น  พลังใจ  พลังกาย  พลังเซ็กซ์  ฯลฯ

อาจพอบอกกล่าวได้ว่า  หนังสือดังกล่าวแนะนำวิธีการปฏิบัติด้วยตนเองและเขียนในเชิงปรัชญา  ไม่ได้กล่าวอย่างละเอียดถึงวิธีการบำบัดเหมือนพลังกายทิพย์  เช่นเมื่อต้องการแก้อาการนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ  ให้ใช่ฝ่ามือของผู้ที่รับการเปิดจักระ(จะเป็นผ่ามือตัวเองหรือของผู้อื่นก็ได้)  จับที่จักระ  3  อีกมือแตะกระเพาะปัสสาวะ  3  นาที(การฟอกเลือดคือ  วิธีการจะเป็นลักษณะคล้ายการใช้มือจับชีพจรตัวเองที่บริเวณผ่ามือ) 

ปลายปี  2541  สุภาพสตรีท่านหนึ่งมาพบผม  ให้ข้อมูลและบอกความประสงฆ์ว่า  เธอเป็นหนึ่งในศิษย์เอกของอาจารย์ชาวเวียดนามที่เปิดสอนวิชาพลังจักรวาล  เธอเรียนกับอาจารย์ถึงขั้นสูงสุด  กว่าที่จะเรียนถึงขั้นสูงสุดเธอทดลองปฏิบัติมาเรื่อยๆ  ก็ได้ผลดี  และรับรู้ได้ถึงผลอันน่ามหัศจรรย์ของพลังจักรวาล  จึงสนใจเรียนรู้เพิ่มเรื่อยๆ  กระทั่งเข้าเรียนในระดับสุดท้าย  เธอกล่าวว่า  เธอกับลูกศิษย์คนอื่นๆ  ต่างพากันตื่นตกใจและผิดหวังไปตามๆ  กัน   เมื่ออาจารย์ชาวเวียดนามกล่าวว่า  ที่สุดของวิชานนี้คือความว่างเปล่า  สิ่งที่ท่านสอนความเป็นจริงแล้วคือไม่มีคือจักระไม่มีจริง  พลังจักรวาลไม่มีจริง  ความจริงคือพลังทุกอย่างเกิดจากตัวผู้ปฏิบัติเอง  เมื่อผู้ปฏิบัติเชื่อจึงเกิดปาฏิหาริย์และปรากฏการณ์ต่างๆ  ขึ้นมา  แต่ผูเรียนขั้นต้นจะไม่สามารถสัมผัสอะไรได้เลย  หากอาจารย์ไม่ยกเรื่องของพลังจักระและพลังจักรวาลขึ้นมาเป็นสมมติ  เพราะปุถุชนมักจะติดกับสิ่งที่ตัวเองสัมผัสได้ด้วยญาณที่ได้รับการฝึกฝนมา

เธอกล่าวจบก็ขอเข้าเรียนวิชาสะกดจิตขั้นพื้นฐานกับผม  เพราะเธอบอกว่ารู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างที่ส่งออกมาจากตัวผมที่มีความแรงและเข้มมาก  ที่เธอมาพบผมเพื่อจะทดสอบพลังดูว่ามีบ้างหรือไม่  เพราะในแนวทางนี้เธอเชื่อว่าพลังคอสมิคที่แต่ละคนมี  ผู้ที่ผ่านการฝึกฝนและปฏิบัติมาด้วยกันเองจะสัมผัสได้  และรับรู้ว่าใครมีพลังมากน้อยเพียงใด

ด้วยเข้าใจว่าแนวทางการสะกดจิตของผมจะตอบคำถามที่เธอสงสัยได้  ความสงสัยของเธอคือสิ่งที่อาจารย์ชาวเวียดนามกล่าวว่าเป็นจริงไหม  หรือเป็นปรัชญาที่พูดให้ไปตีความ  หากสิ่งที่อาจารย์พูดเป็นความจริง  จะทำให้ได้คำตอบง่ายๆ  คือ  อาจารย์สอนวิชาการสะกดจิตตัวเองไป  และบัดนี้พวกเธอได้รู้ความจริง  เมื่อรู้ความจริงแล้วบรรดาลูกศิษย์จะยอมรับได้มากน้อยแค่ไหน  และจะเลิกพึ่งพลังภายนอกหรือไม่ก็หมดความเชื่อถือในความสามารถของตัวเองไปเลย

หนังสือ  “มหัศจรรย์ทางจิต”  ของพลตรี  หลวงวิจิตรวาทการ  กล่าวไว้ในบทที่ว่าด้วยการจูงจิตว่า  “นายแพทย์ชาวเดนมาร์กคนหนึ่งเล่าว่า  ที่นิ้วมือของเขาเองไม่รู้ว่าจะเป็นที่กระดูกเคลื่อน  หรือมีความพิกลพิการอยู่อย่างไร  เมื่อใช่นิ้วมือเคาะเข้าก็มีเสียงผิดแปลกว่านิ้วมือของคนทั้งหลาย  คือมีเสียงดังลั่นผิดธรรมดาอยู่  อยู่มาวันหนึ่งมีสตรีผู้หนึ่งซึ่งเขาไม่เคยรู้จักและไม่เคยพบมาแต่ก่อนเลย  มาหาเขาบอกว่าเป็นโรคปวดศีรษะรุนแรงมาตลอดเวลา  5  ปี  และได้พยายามรักษาโดยแพทย์หลายคน  ด้วยวิธีการหลายอย่าง  โรคปวดศีรษะเรื้อรังอันนี้ก็ไม่หมดไป  นายแพทย์ผู้นั้นได้ใช้นิ้วเคาะที่ศีรษะของสตรีผู้นั้น  โดยไม่มีความหมายอย่างอื่น  นอกจากการตรวจธรรมดา  ...เธอพูดออกมาทันที  ว่าเพียงแต่ที่แพทย์เคาะที่ศีรษะนั้น  อาการปวดศีรษะก็บรรเทาลงไป  นายแพทย์จึงบอกให้เธอมารักษาด้วยวิธีนี้ใหม่  และแพทย์ก็ได้ทำได้ทำอะไร    นอกจากเคาะอย่างเดียวกับวันก่อน  รักษาเพียงนี้  2-3  ครั้งเท่านั้น  โรคปวดศีรษะของสตรีผู้นั้นก็หายขาด”

ย้อนกลับมาพูดถึงพลังกายทิพย์  หลักสูตรเนื้อหาของพลังกายทิพย์  แบ่งเป็น  3  ส่วนใหญ่  คือ  1.ขั้นพื้นฐาน  ซึ่งสอนความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับพลังกายทิพย์  เรียกว่า  ระดับปฐมจักระ  กล่าวถึงวิธีการถ่ายทอดพลังคอสมิค  การรับรองเอาพลังคอสมิค  การฝึกการฝึกฝนและการรักษาโรคต่างๆ  ด้วยการใช้มือส่งผ่านพลังเข้าไปบำบัดโรค  และอาการต่างๆ  นอกจากนี้ยังมีการให้ความรู้อื่นๆ  ประกอบซึ่งเกี่ยวกับเรื่องพลังอันเร้นลับของจักรวาล

มีตอนหนึ่งกล่าวว่า  ด้วยความยิ่งใหญ่ของพีระมิด  แม้แต่บุคคลสำคัญของสหรัฐอเมริกาในยุคกว่า  200  ปีก่อนก็มีความเชื่ออย่างนั้น  โทมัส  เจฟเฟอร์สัน  ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะปฏิวัติผู้สถาปนาระบอบประธานาธิบดีให้แก่อเมริกา  อีกทั้งเป็นนักปราชญ์และนักเทววิทยา  ได้ออกแบบธนบัตรมูลค่า  1  ดอลลาร์ที่ถือใช้มาตั้งแต่ต้นนั้น  ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงเครื่องหมายด้านหลังของธนบัตรที่ด้านขวามือจะเป็นรูปนกอินทรี  ซึ่งเป็นที่รู้จักและเข้าใจกันดีว่าเป็นเครื่องหมายของสหรัฐอเมริกา  แต่อีกฝั่งหนึ่งที่ด้านซ้ายมือ  ภายในรูปวงกลมจะมีรูปพีระมิด  ส่วนบนของพีระมิดเป็นเครื่องหมายรูปตา  และโดยรอบในวงกลมยังเขียนด้วยอักขระโรมัน  ถือเป็นการเขียนยันต์แบบฝรั่ง  ดวงตานั้นแทนเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่  และพีระมิดคือจุดศูนย์กลางของโลก  เป็นแหล่งรวมเอาพลังทั้งหลายของโลกไว้ด้วยกัน  ด้วยจุดประสงค์ที่จะทำให้สหรัฐอเมริกาเป็นชาติมหาอำนาจ  จึงใช้เครื่องหมายนี้อยู่ในเฉพาะธนบัตร  1  ดอลลาร์  จะฟังดูเหลวไหลก็ไม่น่าจะเป็นไปได้  สหรัฐอเมริกาประเทศที่เจริญล้ำหน้าเทคโนโลยี  ประเทศที่มีความเชื่อและศาสนาหลากหลาย  ประเทศขนาดใหญ่ที่นับถือศาสนาคริสต์อีกประเทศหนึ่ง  ประเทศที่เมื่อ  200  ปีมาแล้วชนชั้นนำส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายอังกฤษ  มีความเชื่อทางศาสนาคริสต์อันแน่นแฟ้น  ทำไมถึงเลือกเอาเครื่องหมายรูปพีระมิด  หรือในยุคนั้นพีระมิดเพิ่งถูกค้นพบจากพวกฝรั่ง  จึงถือเป็นของใหม่ที่ฮือฮา

จากหนังสือ  “ความลำลับของจักรวาล”  โดย  ครรชิต  มาลัยวงศ์  กล่าวว่า  “ที่จริงแล้วหลังจากที่ชาวโรมันเสื่อมอำนาจ  และทวีปยุโรปตกอยู่ในยุคมืดแล้ว  ก็ไม่มีใครสนใจอียิปต์อีกเลย  ชาวยุโรปเองต่างก็ไม่กล้าเดินทางไปเที่ยวอียิปต์  เพราะหวั่นเกรงในภัยอันตรายของชาวพื้นเมืองและชาวเตอร์ก  ซึ่งแผ่อำนาจเข้าไปยังอียิปต์  จนกระทั่งถึงปลายคริสต์ศตวรรษที่  17  ชาวเตอร์กจึงเพลาการรุกรานและหันมาญาติดีกับชาวยุโรปมากขึ้น  ระยะนี้เองชาวยุโรปจึงเริ่มออกเดินทางท่องเที่ยวไปในทางตะวันออกเข้ามาใกล้มากขึ้นกว่าเดิม”

ชาวยุโรปคนที่เดินทางเข้าไปในอียิปต์นั้น  ไม่ใช่แต่จะไปเที่ยวชม  ภูมิภาพและของแปลกๆ  เท่านั้น  บางคนยังไปทำการค้าขายอีกด้วย  การค้าขายที่ขึ้นหน้าขึ้นตาก็คือการค้า  “ผงมัมมี่”  ในยุคนั้นบรรดาหมอทั้งหลายเชื่อกันว่า  มัมมี่บดเป็นผงผสมกับน้ำมันพืช  มีสรรพคุณในการรักษาโรคเคล็ด  ปวดยอก  แผลอักเสบ  ปอดอักเสบและนิวมอเนียได้อย่างชะงัด  ผลก็คือเกิดการปล้นและขุดทำลายสุสานโบราณ  เพื่อหาสิ่งของมีค่าของโบราณและมัมมี่สำหรับขายส่งไปยุโรปเป็นการใหญ่  เมื่อหามัมมี่โบราณจริงๆ  ไม่ได้  ชาวพื้นเมืองก็ทำมัมมี่ปลอมขึ้นจำหน่ายแทนของจริงต่อไป

ถึงปี  ค.ศ.1798  ชาวยุโรปอีกกลุ่มเดินทางไปถึงอียิปต์  บุรุษผู้นำขบวนไปคราวนี้ก็คือ  “นะโปเลียน   โบนาปาร์ต”  ขุนทัพผู้เกรียงไกรของฝรั่งเศส  ขุนทัพของนะโปเลียนครั้งนี้มีเรือถึง  328  ลำ  กำลังทหารอีก  38,000  คน  การที่เขาบุกไปอียิปต์ครั้งนี้ก็เพื่อตัดเส้นทางการเดินเรือจากอังกฤษไปอินเดียให้ขาดจากกัน  และเพื่อเตรียมการรบเกาะอังกฤษด้วย  อันที่จริงนะโปเลียนยังมีความประสงค์อื่นๆ อยู่เบื้องหลังอีก  ตัวเขาเองหลงเสน่ห์ความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรไอยคุปต์และสนใจความเป็นมาของอาณาจักรแห่งนี้มาก  ดังนั้นในกองทัพของเขาในครั้งนี้นอกจากกองทัพทหารสำหรับรบแล้ว  เขายังให้นักปราชญ์สาขาต่างๆ  เช่น  นักภาษาศาสตร์  นักพฤกษศาสตร์  นักธรรมชาติวิทยา  นักโบราณวัตถุ  นักประวัติศาสตร์  ผู้เชี่ยวชาญเรื่องชาติตะวันออก  นักเคมี  นักธรณีวิทยา  และจิตกรอีกมากมายร่วมขบวนอียิปต์ครั้งนี้ด้วย  นะโปเลียนกำชับให้คนของเขาศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับอียิปต์ทุกแง่ทุกมุม  สิ่งใดที่จำเป็นก็ให้สเก็ตซ์ภาพและทำบันทึกไว้ให้เป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นหลัง

นะโปเลียนนับทัพเรือหลบหลีกจากทัพอังกฤษที่ยกกำลังมาขัดขวางการเดินทางของเขาได้สำเร็จ  และสามารถยกทหารขึ้นฝั่งอียิปต์ได้เมื่อวันที่  2  กรกฎาคม  1798  เขานำทัพไปสู่เชิงพีระมิด  แล้วกล่าวอย่างสมหวังว่า  “ทหารทั้งหลาย  กาลเวลานานกล่าวสี่สิบศตวรรษกำลังจ้องมองพวกท่านอยู่”

ขณะนั้นอียิปต์เป็นเพียงจังหวัดเล็กๆ  ของอาณาจักรตุรกี  ไคโรซึ่งเป็นเมืองที่สำคัญที่สุดของอียปต์พลเมืองเพียงสองแสนเศษเท่านั้น  ผู้ครองเมืองอียิปต์เป็นคนชั้นสูงตระกูลเมเมลลูคส์  ซึ่งไม่ค่อยยอมอ่อนข้อให้กับสุลต่านแห่งนครคอนสแตนติโนเปิลมากเท่าใดนัก  ไม่ช้าทหารของนะโปเลียนก็ยึดเมืองอะเล็ก-ซานเดรียและไคโรได้  ขณะที่พวกทหารทำการรบอยู่นั้นเอง  เหล่านักปราชญ์อีก  715  คนก็ง่วนอยู่กับการค้นคว้าวัดสิ่งต่างๆ  ที่พบเห็น  สเก็ตซ์ภาพและทำบันทึกโดยไม่มีเวลาหยุดพักเหนื่อย

นะโปเลียนยึดไคโรได้เพียงหกวันเท่านั้นก็ได้รับข่าวจากกองทัพเรืออังกฤษ  ภายใต้การนำของนายพลเรือเนลสัน  ตีกองทัพเรือฝรั่งเศสที่อาบูคีร์แตก  และบัดนี้กำลังทหารฝรั่งเศสทั้งหมดที่อยู่ในอิยิปต์ถูกตัดขาดจากกองกำลังฝรั่งเศสโดยสิ้นเชิง

อย่างไรก็ดี  ฝรั่งเศสยังคงยึดครองอียิปต์ได้อยู่  แม้จะพะว้าพะวังจากความพ่ายแพ้  และแม้จะโดนรบกวนจากกองโจรมาเมลลูคส์  อย่างไม่หยุดหย่อน  นะโปเลียนยังตั้งมั่นอยู่ในอียิปต์ได้ต่อมากกว่าปี  จนกระทั่งถึงเดือนตุลาคมปี  1799  นะโปเลียนจึงตักสินใจจะหลบหนีจากอียิปต์กลับสู่ฝรั่งเศส  เขาเลือกทหารรู้ใจลงเรือแล่นหลบหลีกกองเรือของอังกฤษกลับสู่ปารีสได้อย่างปลอกภัย  คงทิ้งบรรดาทหารฝรั่งเศสให้ผจญกับศึกกระหนาบจากอังกฤษและตุรกีต่อไปโดยลำพัง

ทหารฝรั่งเศสสู้ศึกยืดเยื้อต่อมาจนถึงฤดูร้อนของปี  1801  กองทัพฝรั่งเศสก็พ่ายต่อกองทัพอังกฤษและตุรกี  และจำต้องถอนตัวออกจากอียิปต์จนหมดสิ้นในเดือนตุลาคมนั้นเอง  แม้นะโปเลียนจะพ่ายแพ้ในด้านการทหารแต่การบุกอียิปต์คราวนี้นับว่าเป็นความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์ครั้งสำคัญครั้งหนึ่งทีเดียวนักปราชญ์ที่นะโปเลียนนำไปในกองทัพได้กลับมารวบรวมข้อมูล  และเรื่องราวที่พบเห็นจาการสำรวจอียิปต์คราวนั้น  และจัดพิมพ์เป็นเล่มขึ้นระหว่างปี  1809-1813  งานชิ้นนี้ชื่อ  “คำบรรยายเรื่องอียิปต์”  รวบรวมเป็นหนังสือขนายักษ์ถึงยี่สิบสี่เล่ม  และหนังสือที่มีภาพประกอบอีกสิบสองเล่มยักษ์  หนังสือชุดนี้ได้รับความนิยมจากบรรดาชาวยุโรปที่มีเงินมากพอที่จะจัดซื้อไปประดับห้องสมุดที่ของตนเป็นอย่างมาก  นอกจากนั้นหลังจากหนังสือชุดนี้ยังทำให้ยุโรปหันมาสนใจศึกษาเรื่องราวต่างๆ  ที่เกี่ยวกับอียิปต์  อย่างจริงจัง  และทำให้เกิดวิชาให้เกิดความใหม่ที่เรียกว่า  วิชา  “อียิปต์วิทยา”  ด้วย

ระยะเวลาที่ความรู้เกี่ยวกับอียิปต์ถูกตีแผ่อย่างกว้างขวาอีกครั้งหนึ่ง  เริ่มขึ้นในศตวรรษที่  1800  กล่าวได้ว่าก่อนหน้านี้ชาวยุโรปซึ่งนวมถึงอเมริกา  รู้จักพีระมิดในฐานสถานที่ที่มีแต่ความเร้นลับด้วยอำนาจมหัศจรรย์ต่างๆ  นานา  จึงได้นำสิ่งที่เชื่อว่าเป็นที่สุดในโลกของพลังอำนาจในยุคนั้นมารวมกันเป็นเครื่องหมายในธนบัตร

ผมเคยแวะไปที่สำนักของคุณย่าเยาวเรศย่านประชาชื่น  มีผู้คนมากมายทั้งมาลองแบบดีกว่าอยู่เปล่าๆ  และมาอย่างตั้งความหวังไว้มากจำนวนไม่น้อยก็ได้รับความสุขความพอใจกลับไปที่ปัญหาของตัวเองที่ได้รับการแก้ไข

ในการไปรับการอบรม  5  วันที่ตึกช้าง  คนเข้าฟังนับพันทีเดียว  เป็นเรื่องธรรมดาที่สานุศิษย์บางคนจะเอาข้าวปลาอาหารและหนังสือหนังหาเครื่องไม้เครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับการนี้มาขายอย่างเป็นล่ำเป็นสัน  การอบรมใช้เวลาวันละ  2  ชั่วโมง  ทุกๆ  วันโดยประมาณ  หนึ่งชั่วโมงจะใช้ไปกับการเล่าประสบการณ์ของผู้สอน  อีกครึ่งชั่วโมงจะเป็นการรอคอยให้ลูกศิษย์ชั้นผู้ใหญ่เป็นผู้ชาร์จจักระ  อีกครึ่งชั่วโมงเป็นการสอนเนื้อหา

การชาร์จจักระคือ  เมื่อเรารู้ว่าทุกคนจะมีจักระอยู่  7  จุด  ท่านบอกว่าจักระเหล่านี้ต้องได้รับการเปิดและเพิ่มพลังจากผู้รู้และผู้เชี่ยวชาญ  ทุกคนต้องได้นับการเปิดและชาร์จจักระจากท่านศิษย์ระดับสูง  มีผู้ทำหน้าที่เปิดจักระประมาณสิบคนในขณะที่ผู้เข้ารับการเปิดจักระมีประมาณพันคนก็ต้องเป็นธรรมดา

เมื่อวันสุดท้ายของการอบรมมาถึง  คุณย่าขอให้ทุกคนร่วมทำบุญ  โดยจะนำเงินทั้งหมดไปใช้ในการกุศล  เช่นถวายเข้าโครงการหลวงเป็นต้น  ซึ่งจะเชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงจากโครงการหลวงมารับเงินดังกล่าว  ในการอบรมหลักสูตรที่สองการพัฒนาจักระที่หอประชุมนายทหารอากาศชั้นประทวนในอีก  2  สัปดาห์ข้างหน้า  คุณย่าจะนั่งอยู่ที่ประตูทางออก  ขอให้ทุกคนเขียนชื่อ  นามสกุลในกระดาษ  แล้วนำมายื่นให้คุณย่าพร้อมเงินเมื่อจะกลับออกไป  คุณย่าเมื่อรับเงินแล้วก็จะประกาศชื่อพร้อมจำนวนเงินที่ร่วมทำบุญ

จำนวนเงินที่คนส่วนใหญ่ทำบุญคือ  200  บาท  500  บาท  นานๆ  ทีถึงจะมีมากกว่านั้นหรือน้อยกว่านั้น  ใครที่มากกว่าเมื่อได้รับการประกาศชื่อก็รู้สึกว่าเขาภูมิใจตัวเองอยู่ดี  มีอยู่รายหนึ่งร่วมทำบุญ  20  บาท  แน่นอนผมคนหนึ่งละที่ยืนต่อคิวร่วมทำบุญต้องเงยหน้าขึ้นมอง  คนเกือบทั้งห้องประชุมก็หันมามอง 

อีกสองสัปดาห์ผมไปรับการอบรมที่ห้องประชุมนายทหารอากาศชั้นประทวน  มีผู้เข้าอบรมสักวามพันคนกระมัง  คือคนเยอะมาก  อาหารเครื่องดื่มขายดิบขายดี  หินสีต่างๆ  ที่จะต้องนำมาใช้ในการรักษาด้วย  พลังกายทิพย์ก็ขายดี  นากาจับเวลาที่ต้องใช้จับเวลาขณะทำการรักษาก็ขายดิบขายดี

การอบรมวันนั้นเริ่มประมาณสิบโมงเช้า  เลิกตอนประมาณบ่ายสองโมง  เราใช้เวลาประมาณ  1  ชั่วโมงในการต่อแถวนำเงินที่ได้รับมาจากแหล่งต่างๆ  มามอบให้กับตัวแทนหน่วยงานต่างๆ  ที่มารับบริจาคเงิน  อีก  1  ชั่วโมงเศษสำหรับการพักระหว่างชั่วโมง  และรับประทานอาหารกลางวัน  1  ชั่วโมง  สำหรับฝึกลมปราณ  และอีก  1  ชั่วโมงสำหรับเรียนทฤษฎี  คุณย่าท่านมีความเมตตาอย่างใหญ่หลวง  ท่านแจกตำราทฤษฏีพลังกายทิพย์ด้วย  พร้อมสำทับว่าใครได้เอาหนังสือไปโดยไม่อยู่ร่ำเรียนทฤษฎีขอให้ทำการรักษาไม่สำเร็จ  คนทั้งสามพันคนเลยไม่มีใครกล้าลุกหนีไปเลยสักคนเดียว

หลังจากเรียนวิชาพลังทิพย์จบแล้ว  ผมได้ทดลองนำมาปฏิบัตินับว่าผลดี  และพบเหตุการณ์ที่อาจถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์ประหลาด  เช่นทำให้ร่างกายของเรามีไฟฟ้าสถิตสูงขึ้น  เกิดอาการไฟแลบและช็อตในบางครั้งเมื่อสัมผัสกับคนอื่น ปรากฏการณ์นี้ถ้าเกิดในสหรัฐอเมริกาผมจะไม่แปลกใจ  ตอนที่อยู่สหรัฐอเมริกา  เพราะว่าอากาศแห้งมากๆ  เวลาร่างกายของเราสัมผัสกับวัตถุที่มีไฟฟ้าสถิตก็จะเกิดอาการไฟช็อตได้เสมอๆ  ไม่ว่าจะสัมผัสกับกลอนประตู  ข้าวของเครื่องใช้  เสื้อขนสัตว์  ฯลฯ  รวมถึงสัมผัสแขนสัมผัสมือกัน  แต่เมืองไทยเราอากาศชื้นเหลือเกิน  โอกาสที่จะเกิดไฟฟ้าสถิตแบบเดียวกันนี้ยากพอๆ  กับการเห็นหิมะในเมืองไทย  ปรากฏการณ์นี้คิดว่าถ้ามีผู้วิเคราะห์และศึกษาอย่างเป็นนักวิทยาศาสตร์ควรจะได้คำตอบไม่ยากนัก

การฝึกปฏิบัติคุนดาลินีและจักระอาจทำให้เกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเคมีบางอย่างในร่างกาย  ทำให้ผิวกายมีสภาพที่เปลี่ยนแปลงไปในเชิงแม่เหล็กไฟฟ้าก็เป็นได้  ส่วนจักระมีจริงหรือไม่  ไม่ใช่สิ่งสำคัญเพราะสาระอยู่ตรงที่  จงนำไปปฏิบัติด้วยความเชื่อและศรัทธาในอาจารย์ทั้งสาม  คือท่านดาสิรา  นาราด  พลเรือตรีหลวงสุวิชานแพทย์  และท่านย่า  เพราะหากทำไม่สำเร็จเพราะท่านยังขาดความเชื่อถือต่อสิ่งเหล่านี้  สำหรับผมเชื่อ  และศรัทธาท่านทั้งสาม  จึงเห็นจักระและประสบความสำเร็จในทางดังกล่าวเสมอมา

 


(สถาบันฝึกอบรม ชมรมนักสะกดจิตแห่งประเทศไทย สะกดจิต สะกดจิตบำบัด พลังจิต พลังจิตบำบัด จิตสำนึก จิตใต้สำนึก พลังจิตใต้สำนึก สั่งจิต สั่งจิตใต้สำนึก แพทย์ทางเลือก จิตเหนือสำนึก จิตไร้สำนึก จิต เทคนิคจิตใต้สำนึก จิตวิทยา สุขภาพจิต จินตนาการ จินตภาพบำบัด จิตเป็นายกายเป็นบ่าว กล่อมเกลาจิตใต้สำนึก คลื่นสมอง ดนตรีบำบัด หลับยาก เครียดง่าย โมโหร้าย ใจร้อน กดดันตัวเอง คาดหวัง ตื่นเต้น วิตก ท้อแท้ หดหู่ มะเร็ง ภูมิแพ้ สะเก็ดเงิน พาร์กินสัน หวาดกลัว พฤติกรรม นิสัย ทัศนคติ ความเชื่อ พีระมิด เพนดูลั่ม หินบำบัด รักษา the society of thai hypnotists www.thaihypno.com hypnotism hypnosis hypnotizing hypnotize hypnotherapy imagination alternative medicine mind over matter Holistic healing intregeted curation brain wave music therapy science of vibration crystal bowl )

 
อ่าน 36,517 คน  

Since 1997 Visitors No. 2699848

©All Right Reserved by ThaiHypno.com